ยาวนะคะสวัสดี,

 

วันนี้ขออนุญาตเป็นคนแก่ระลึกความหลังหน่อย
เมื่อวันที่กรอกใบประวัติย่อเพื่อใช้สัมภาษณ์ทุนเนี่ย

มันปิ๊งแว๊บโรงเรียนตัวเองอ่ะค่ะ

คือมันต้องเขียน ต้องกรอกไง แล้วเราก็ยังจำได้ไม่เคยลืมเลือน

 

โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
อุ๊ย ทำไมใครจะจำไม่ได้
ไอ่ที่จะจำไม่ได้ก็คือชื่อปะกิตตะหาก

Kasetsart University Laboratory School Kamphaengsean Campus

ยาวดีมั๊ยล่ะ

 

ตะกี้ลองหาเวปโรงเรียน จำได้ว่ามี
ก็เข้าไปพบว่าโรงเรียนเรามีชื่อห้อยพ่วงอิกนะน่ะ(จะยาวเอาโล่ห์รึไง?)

โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา

 

เหอะเหอะ ไปกรอกช่องประวัติเวลาสอบ เวลาสมัครรงาน มันจะมีที่แค่ไหนเชียว

 

 

มาดูผังโรงเรียนปัจจุบันกันเหอะ ..

นี่คือไม่ได้กลับไปนานแล้วนะ ล่าสุดไปงานแต่งงานแนน(เพื่อนสมัยประถมอีกตะหาก) ไหนลองทวนความแก่ ..

ป้ายเหลืองๆอาจเป็นป้ายโรงเรียน ซึ่งแต่เดิ่มเด่นอยู่ในสนามหญ้าหน้าโรงเรียน เว้งฟ้าฟ้าที่เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสน่ะ(ไม่รู้ตอนนี้เป็นอะไร) เดินเข้ามาเราก็จะเจอพระพุทธรูปปางห้ามเยี่ยม เอ้ย ห้ามญาติขนาดใหญ่พอควร(หรือตอนนั้นเราเด็กก็ไม่รู้แฮะ)

1. อาคารสำนักงาน  :  เป็นอาคารสองชั้นเล็กๆ ชั้นล่างเป็นเคาน์เตอร์ธุรการ เดินขึ้นบรรไดไปหน่อยเป็น .. อะไรหว่า .. ที่เก็บข้อสอบอ้ะ .. มั้ง จำไม่ได้

2. อาคารศูนย์การเรียนอนุบาล  :  อันนี้เปลี่ยน เพราะว่ารุ่นสมัยที่ฉันเรียน เอิ่ม .. ไม่มีอนุบาล .. มีสถานรับเลี้ยงอยู่ไกลออกไป ออกนอกบริเวณโรงเรียนไปนิด แถมเพิ่งมามีตอน ม.๕ รึ ม.๖ เนี่ยล่ะ เดิมตรงนั้นสมัยเรียนเป็นห้องน้ำคับ อาคารกลมๆขลังๆ เอาไว้หลอกว่ามีผี 

3-4. อาคารพลศึกษา  :  ยังอยู่ที่เดิม เป็นอาคารยิมเล็กๆ เล่นมันกันซะแทบจะทุกอย่าง ปิงปองยันยูโด)   

5. อาคารดนตรีและนาฏศิลป์  :  ตรงนี้ก็เหมือนเดิมอาคารชั้นเดียวขนาดย่อมแบ่งซอยสี่ทิศ ดนตรี งานฝีมือ ละก็อะไรอิกล่ะจำไม่ได้ ไอ่ตรงที่จำไม่ได้นี่ตะก่อนเคยเป็นห้องเรียนชั้น ม.๑ ของเรา แยกตัวออกมาจากตึกมัธยม โคตรแปลกแยก แต่พอออกมาแล้วทำเป็นอะไรน๊า อ๋อ ห้องศิลเปรอะ

6. ร้านค้าโครงการสวัสดิการ  :  (จะใช่สหกรณ์มั๊ยนะ?) เอาจริงๆสมัยฉันอยู่มันจะอยู่ข้างๆโรงยิมล่ะ ทางที่เดินจากหน้าโรงเรียนมาทะลุโรงยิม แล้วไอ่ตรงจุดนี้เป็นแค่ซุ้มขายขนมเท่านั้นเอง

7. อาคารมัธยมและห้องสมุด  :  ตึกมัธยมนั่นเอง ตอนที่ ม.๑ ต้องแยกไปก็เพราะว่าพื้นที่เล็กๆประมาณสองห้องเรียนเป็นห้องสมุดขนาดย่อมอยู่ พอม.ปลายก็ก็สร้างเพิ่มให้กว้างๆ 

8. อาคารหอประชุม/ โรงอาหาร   :  และยังเป็นที่เดิม รุ่นเราเรียน ม.ต้นนี่ยังต้องถาดหลุมนะนะ ต่อแถวรับถาดหลุมขึ้นมากินที่ห้องตอนเที่ยง พอม.ปลายก็สร้างโรงอาหารเพิ่มแล้วก็ให้เราอิสระในการเลือกกินเอง คูปองมีแลกนะ จำได้คุ้นๆ 

9. อาคารชั่วคราวอนุบาลศึกษา  :  มันแน่อยู่แล้วว่าไม่ใช่ เดิมตรงนี้เป็นตึกประถมค่ะ

10. อาคารปฏิบัติการวิทยาศาสตร์  :  ห้องแลปน้อยๆของเรานั่นเอง ยังที่เดิม เยื้องๆหลังเสาธง

11. อาคารโสตทัศนูปกรณ์  :  ตึกโสตฯ ตรงนี้เกิดตอนม.ปลาย เดิมเป็นอะไรว๊า แต่ตอนม.ต้น ห้องโสตฯจะมาเบียดเบียนเรา ตอน ม.๒ ก็ได้อยู่ห้องที่ไม่ติดกับใครแต่ติดห้องพยาบาลและห้องโสตฯ

12. อาคารสมาคม : อะไร???

13. อาคารเก็บอุปกรณ์  :  แว๊ก ห้องน้ำนะนั่น 

14. ที่จอดรถชั่วคราว  :  ตะก่อนเป็นที่จอดรถอาจารย์ แล้วหลังตรงนั้นก็ไว้จอดรถจักรยานของพวกปั่นมาเรียน

15. อาคารประถม :  เวิ้งนั้นก็มีการเริ่มย้ายตึกประถม(ขยาย) มาตรงนี้

16. อาคารปฏิบัติการคนงาน  :  หวังว่าคงดูดีเหมือนชื่อที่ตั้ง 

17. สนามบาสเกตบอล  :  เดิม

18. สนามเซปัคตะกร้อ  :  ยุคเราเรียกสนามวอลเลย์ฯ

19. สนามเปตอง  :  เดิมๆ

20. สนามวอลเลย์บอล  :  แหง่ะ อะไรเพิ่มมารึเปล่า?

21. สนามฟุตบอล  :  ไม่มีในผัง แต่ว่ามันก็ถัดมาจากสนามบาสน่ะล่ะ ไกลมาหน่อย

22. อาคารประถมชั่วคราว  :  เพิ่งมาๆ 

23. อาคารปฏิบัติการอุตสาหกรรม   :  เดิมๆ อาคารช่าง

24. อาคารปฏิบัติการเกษตร  :  เดิมๆ อาคารเพาะชำ

25. อาคารปฏิบัติการมัธยมศึกษา  : -*-

26. อาคารที่ระลึก 20 ปีสาธิตเกษตร  :  เป็นของแปลกใหม่ มีตอน ม.๕ เอง เป็นตึกคอมฯ(คงเปลี่ยน)

 

 

ตอนเราเข้ามา ม.๑ โดเรม่อนเป็นอาจารย์ใหญ่ และมีโดเรมีเป็นศรีภรรยา(ตามเนื้อเรื่องเป็นพี่น้องกันชิป้ะ แต่บังเอิญหน้าเหมือนกันจัด เด็กเกลียดพอกัน ๕๕๕)

ไปดูประวัติจารย์ใหญ่ เค้าได้กลับมาเป็นอิกด้วย แล้วปัจจุบันเจ๊มลิวัลย์เป็นอจ.ใหญ่(เป็นมาตั้งแต่สมัยเปิ้ลเหล่กะเค้กไปเป็นอาจารย์ใหม่ๆ)

เจ๊มลิวัลย์ผู้เคยเป็นอาจารย์สอนวิทย์กาย วิชามรดกทางพันธุกรรมเนี่ยนะ

 

 

เข้าไปดูรายชื่อบุคคลากร .. ไม่มีชื่อเค้กกะเปิ้ลแล้วเพราะไม่สอนแล้ว
อาจารย์หลายๆคนยังอยู่แต่ย้ายไปสอนประถมซะส่วนใหญ่ ไม่ก็อนุบาล

ใครยังเป็นนางสาวก็ยังเป็นนางสาวอยู่ -*-

แล้วเจอชื่อพี่จอยพี่ข้างบ้านสมัยก่อนด้วย สนิทด้วย ไม่ยักรู้มาสอนโรงเรียนเก่าเรา

เช่นเดียวกับรน้องของเพื่อนสมัยประถมที่สนิทกันมาก่อน ..

พี่คนงานบางคนยังอยู่ โหย เหลือเชื่อว่ะ

 

ไอ่เรามาอ่านชื่อแล้วก็นึกได้ บางคนนึกหน้าได้บางคนได้แต่ชื่อ

 

 

 

โรงเรียนของเราเป็นลูกเมียน้อยนะ ๕๕๕
กำเนิดมาพร้อมปีเกิดเราเลย เราเป็นรุ่นเก้า เพราะงั้น ม.๑ อายุเก้าขวบ

สอบเข้ามาเป็นตัวสำรอง ไม่ใช่อันดับแรกด้วย
เหตุผลเลือกเรียนโรงเรียนนี้หรอ เพราะตอนโรงเรียนประถมไวได้ไม่เกินติ่งหูมันเลยเก็บกด

แต่ขอบอกว่าไว้ยาวแค่สี่ปี ม.๔ปลายๆก็หั่นผมออก มาพร้อมๆกับการกระแดะอยากดูเป็นเด็กเรียนด้วยการใส่แว่น(ละดันใส่ๆถอดๆยังผลสั้นเรื่อยๆมายังปัจจุบัน T^T)

เข้ามาใหม่ๆเค้าให้พูด คุณ-ผม-เรา รุ่นเราใช้กันแค่เดือนเดียวจากนั้นความสนิทสนมก็ล้นทะลัก .. ภาษายุคพ่อขุนกันถ้วยทั่ว

โรงเรียนจิ๊ดๆของเราสมัยนั้นมีแค่ระดับชั้นละสองห้อง ห้องละไม่เกิน ๔๐ คน มันก็เลยเล็กๆน่ารัก

ฉันได้อยู่ห้องสองตลอด คิดในใจสำหรับตัวเองว่า "อิสองหลอด"

ตอนม.ต้นมีกันอยู่ประมาณ ๖๐-๗๐ คน ห้องละสามสิบนิดๆ
ตอนม.ปลายมีแค่สองสาย สายวิทย์-คณิตฯคือห้องหนึ่ง สายศิลป์อังกฤษ-ฝรั่งเศสคือห้องสอง หย่อนๆเห้องหนึ่งเหลือ ๒๘ ห้องสองเหลือ ๒๗

ม.๕ สอบเทียบเอ็นท์ติดหนีกันไปก็มี ยิ่งเหลือน้อยกันเข้าไปใหญ่

ตอนม.ปลายเหลือเด็กที่เรียนม.ต้นจริงๆครึ่งนึง อิกครึ่งนึงเป็นเด็กใหม่จากที่ต่างๆ ..

 

พวกที่เรียนตั้งแต่ประถมยันจบม.๖ ก็จะมี เค้ก เปิ้ล ขวัญ+ลี่ ก๊อดเองก็ใช่นะวี
มีไม่เยอะอ่ะ .. สิบห้าคนได้

 

รุ่นเก้าจบกับมาที่เหลือนี่ห้าสิบคนหลวมๆมั๊งจำไม่ได้ น่ารักดี จึ๋งเดียว
ในห้าสิบคนนี้สอบได้โควต้าไปก่อนก็เยอะ เอ็นท์ติดสายศิลป์มีไม่เท่าไหร่แต่สายวิทย์บึ้ม ..

 

 

ตอนเรียนม.๒ มีแฟนคนแรก
ตอนเรียนม.๕ ได้แฟนคนที่สอง

 

 

เวลาไปเรียนจะมีรถตู้รับส่งเพราะว่าโรงเรียนไกลจากถนนใหญ่พอสมควร
จะออกไปไหนทีต้องมีใบขออนุญาตจาผู้ปกครองแล้วไปล่าลายเซ็นต์อ.ประจำชะน อ.ปกครอง แต่ส่วนมากปลอมลายเซ้นต์กันออกมา แต่จะไปไหนได้ สมัยนั้นไม่เจริญ ปั่นจักรยานเล่นในกะเสด?

บางกลุ่มที่มาพักกับอาจารย์ก็จะปั่นจักรยานมาเรียน พวกนี้เป็นขุมทองของเด็กนั่งรถตู้กับบ้านจะต้องมาผูกมิตรไว้ยืมจักรยานปั่นไปแร่ดไหนต่อไป

ฮ่า

กีฬาสีมีสี่สี เขียว เหลือง แดง น้ำเงิน

ม.ต้นเค้าสุ่มยังไงไม่รู้ได้แค่สีแดง ตัวก็ดั๊มดำ
ม.ปลายก็ได้สีน้ำเงิน ค่อยยังชั่ง แต่ส่วยไปแล้ว ไม่ต้องใส่เสื้อสีแล้ว

ม.๔ ต้องเป็นสต๊าฟสวัสดิการ
ม.๕ ต้องเป็นสต๊าฟเชียร์
ม.๖ ไม่ต้องยุ่ง เมิงไปเตรียมเอนท์ไป๊

ออ รุ่นเราเป็นเอนท์ครั้งสุดท้าย

เช้ามาโรงเรียนกันแต่เช้าเพราะรถตู้มักจะวิ่งรอกหลายเที่ยวรับส่งเด็กโรงเรียนอื่นด้วย มาก่อนพี่คนงานมาเปิดห้องเรียนซะอิก รถมารับหกโมงครึ่งอ่ะ ถึงโรงเรียนเจ็ดโมง
เข้าแถวหน้าเสาธงใครๆก็คงเป็น เบื่อหาทางโดด แต่ก็มีคนมาเดินไล่เช็ค แต่ก็เนียนหนีได้เรื่อยไป เสร็จแล้วชอบตรวจเครื่องแบบ โบว์ต้องสีนี้ห้ามมีลาย ออ่นไปก็ไม่ได้ ผ้าบางอย่างก็ไม่ได้ ถึงได้ตัดไง แล้วก็โดนข้อหาใหม่เรื่องสีผมต่างๆนานา เรื่องความยาวที่ยาวเกินไป ผมผิดระเบียบมั่งล่ะ เล็บก็ตรวจ แต่หนุกดีได้ลุ้น
สิบโมงมีนมให้ดื่ม จัดรวมในค่าเทอม อันนี้เราไม่คุ้มเลยไม่เคยกินให้ชาวบ้านตลอด
เที่ยงม.ต้นก็ยังเป็นแบบต่อแถวรับถาดหลุมรับข้าวมากินที่ห้อง
ม.ปลายเปลี่ยนพอดีมีโรงอาหารไปหาซื้อกินเองได้(ค่าเทอมส่วนค่าอาหารหายไปมั๊ง)
เลิกเรียนไม่มีอะไรทำเลิกสามโมงครึ่งรถมารับตั้งห้าโมง เด็กรถตู้ที่ยืมจักยานเพื่อนไม่ได้ก็นั่งเล่นกันสนามหญ้าหน้าโรงเรียนรอรถ บ้างก็เข้าห้องสมุด(มันติดแอร์ ไม่ได้จะขยันหรอก) ห้าโมงกว่ารถมารับกลับบ้านก็เกือบหกโมง

 

นี่ต่างจังหวัดนะ ใช้ชีวิตอย่างกะเด็กในกรุง -*-

 

ม.ต้นเรียนลูกเสือเนตรนารีทุกพุธ โคตรเบื่อบ๊ะ๙อลเลย เหม็น แต่ต้องเงา ฮ่วยๆๆ .. ม.๒มั๊งไปงานชุมนุมลูกเสือโลกที่ชลบุรีผ้าพันคอก็เลยต่างกะชาวบ้านนิหน่อย

ม.ปลาย ผช เค้าเรียน ร.ด. ผญ กะพวกไม่เรียน ว่าง แร่ดได้ แต่ไม่มีที่ไป เพราะบ้างไม่มีจักรยาน บ้างต้องรอรถตู้ห้าโมงอยู่ดี และ บ้างปลอมใบขอออกนอกโรงเรียนก่อนไม่เนียน ๕๕

สาธิตสามัคคีที่กะเสดเราเป็นเจ้าภาพมันตอน ม.อะไรหว่า
แต่ที่บางเขนนะ

เป็นหลีดกับเค้าอยู่หรอก รายการทีวีมาสัมฯเพื่อนเราใหญ่เลยคิดว่าเป็นกะเสดบางเขน พอรู้ว่าไม่ใช่ ก็ลบเทปไปสัทภาษณ์ของจริงแทน

 

ออ ตอนนั้นเบนซ์กับแคธีก็เป็นหลีดสาธิต มศว.

 

นาวินต้า เป็นพิธิกรงานเปิดมั๊ง

 

 

แน่นอนว่าไม่มีใครจำชื่อพ่อแม่ใครไม่ได้ ๕๕๕๕
แล้วแม่นมากๆด้วย สามารถต่อเป็นกลอนพาดพิงได้ถึงกัน

 

ชอบเวลาไหว้ครูแล้วรุ่นพี่กลับมา แต่ตัวเองไม่เคยกลับมาซักครั้ง(เห้ย อยู่ตั้งพิดโลกนะ)

 

งานเลี้ยงประจำปีจะเปิดโอกาสให้หารายได้ไปปัจฉิมกัน ม.๖ เป็นประเพณีต้องมีทะเลเผา ปีนั้นทำทะเลเผา ไก่เคเอฟซี บาร์บีคิว ขายน้ำ เหนื่อยแต่สนุกดี

 

 

งานเลี้ยงรุ่นก็ไปบ้าง หลังๆเห็นว่าไม่มีแล้ว ไม่รู้ตอนนี้กลับมามีอิกป่าว

 

ระลึกความหลังแล้วรินก็โทรมา อั๊พเดทมากๆไม่ได้คุยกันเป็นเดือน เลิกกะโจ๋แล้วซะงั้น ไม่ได้ถามรายละเอียดมาก มันไล่เรามาทำการบ้าน

 

 

อ้าว แล้วนี่ตูดันมานั่งทำอะไรอยู่ฟะ???????????

 

 



yui*
26 ก.พ. 2550 เวลา 20:16 น.

เมื่อวานนี้ครบหนึ่งปีที่ พี ไม่คุยด้วย ส่ง sms ไปถามว่าหายโกรธยัง
ก็เงียบเหมือนเคย

แหม่ การบ้านเสร็จนี่มาอัพยาวเหยียดเชียงนะหนู คริคริ

วิทยาเขตกำแพงแสนนี่ ยังกระโปรงม่วงรึเปล่าจ๊ะ
000037
26 ก.พ. 2550 เวลา 22:20 น.
^
^
ถูกกกกกกกกกกก
แต่โรงเรียนหนูฮิตยาวนะ ยิ่งยันตาตุ่มได้ยิ่งดี


อิอิ
000733
26 ก.พ. 2550 เวลา 22:39 น.
บังเอิญจังเลยอะ
เจอรุ่นพี่ที่โรงเรียน
ดีใจอ่ะ 555
000599
26 ก.พ. 2550 เวลา 22:46 น.
ระลึกความหลัง.... อย่างว่า ก็คนอายุเยอะนี่
คุณนาย
27 ก.พ. 2550 เวลา 08:33 น.
ยาว

ไม่อ่านนะ
001563
27 ก.พ. 2550 เวลา 09:23 น.
we are in diaryis.com family | developed by 7republic